วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ผลงาน ม.6

ประสบการณ์อันน่ากลัว
เสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังทั่วตามช่องแคบของตึกแถวแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้บ้านของผมเธอผู้นั้นร้องด้วยน้ำเสียงแหบแห้งเหมือนคนไม่มีเรี่ยวแรง ขัดขืนไม่ได้ ไม่ช้านานเสียงก็เงียบลง ในเวลาไม่นานนักก็มีชาย 3-4 คนเดินออกมาจากที่แห่งเดียวกับที่มาของเสียงกรีดร้องวันนี้เสียงไก่ช่างเงียบเงาใจวันนี้ผมไปเรียนตามปกติก่อนผมจะออกไปโรงเรียน ก็ได้ดูข่าวเช่นทุกวัน วันนี้มีข่าวผู้หญิงถูกฆ่าข่มขืนบริเวณที่ผมได้ยินเสียงเมื่อคืนและเป็นบริเวณที่ผมเดินทางไปกลับโรงเรียนทุกวัน“เฮ้ย ! สายแล้ว”ในขณะนั้น ผมรีบมากไม่ทันดูข่าวให้จบก็รีบเดินทางออกไปรอรถเมล์ที่ป้ายรถเมล์ซึ่งแป็นที่ที่ผมรอรถเมล์ทุกวันผมนั่งรอรถเมล์ประมาณ 5-10 นาที ก็มีผู้หญิงเดินผ่านซึ่งแต่งตัวหว้าบหวิวหน้าตาคล้ายกับศพที่เป็นข่าวเมื่อเช้า ไม่นานก็มีชาย 3-4 คน เดินตามเธอไป ผมนึกในใจว่า “เธอต้อง...รถเมื่อไร่จะมาว๊ะ !”ไม่กี่นาทีรถก็มา ผมรีบวิ่งขึ้นไปนั่งหน้าสุด เพื่อจะได้ลงรถได้ทันเวลาผมเหลือบไปเห็นอะไรแว้บไป และสิ่งนั้นคืออะไร และเขาเข้าไปที่นั้นทำไมผมคิดในใจว่า“ผู้หญิงคนนั้นต้องถูกหลวงไปฆ่าแน่นอน”ผมพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวนว่าผู้หญิงนั้นจะถูกผ่านไป 2 นาทีก็ถึงโรงเรียนที่ผมเรียน ผมมาเกือบสายจึงได้เข้าแถวหลังสุด “แต่ก็ดีที่มาทัน” ในใจของผมนั้นไม่อยากอยู่ท้ายแถวเพราะมีแต่เด็กชอบโม้ซึ่งป้อมเป็นหัวโจกผมผเอินได้ยินป้อมพูดคุยกับพวกของเขา 3-4 คนว่า“เฮ้ยพวกเราไปอีกไหม ที่เดิมเลิกเรียน อย่าให้ใครรู้นะโว้ย”“เอานักเรียน !อย่าคุยกัน เงียบๆ หน่อย” ครูด่าด้วยน้ำเสียงโกระมากผมได้ยินแค่นี้ผมก็รู้สึกเอะใจก็อยากรู้ติ้งต่อง เสียงระฆังเลิกเรียนดังขึ้น ผมก็รีบไปสะกดรอยตามป้อมกับพวก 3- 4 คนไป ผมเดินตามไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ ก็เจอ ตอนนี้ผมรู้สึกกลัวมาก เพราะเป็นที่ผู้หญิงคนที่ข่าวถูกฆ่าที่บริเวณนี้ ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงผู้หญิงตะโกนว่า“ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย อย่านะ อย่า”น้ำเสียงของเธอเหมือนถูกทำอะไรอย่างว่า ยิ่งเดินตามป้อมและพวกๆไปเสียงยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ สักพักนึ่งเสียงก็เงียบลงในใจผมคิดว่า“ผู้หญิงนั้นต้องถูกเชือดคอแล้วหรือไม่ก็ถูกรัดคอตาย”ผมไม่อยากคิดภาพเลยผมยิ่งเดินตามป้อมไปก็...เจอ....อย่างทีผมคาด.....?ผู้หญิงคนนั้นกำลังจะถูกฆ่า ป้อมและเพื่อนๆ ก็ยืนดูอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้นในตอนนั้นมันมืดมากแต่ก็ยังพอมองเห็น ไม่นานนักก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาผมกลัวมากแถบก้าวขาไม่ออก..ผมวิ่งไม่ทันแล้ว ผู้ชายคนนั้นก็เดินเข้ามาหาแล้วพูดว่า“อย่าบอกใคร...เจ้าจงเก็บเป็นความลับ...? ระหว่างข้า เอง และเพื่อนๆ ของเอง”
ต่อเล่มสอง

เราเพื่อนกาน รุ่น 14

กิจกรรมที่เคยร่วมทำกันมาอาทิ